Select Page

อีกแค่ 2 อาทิตย์กว่าปี 2013 ก็จะหมดกันแล้ว ตอนนี้ทำ Project Life ได้จนเสร็จถึงเดือนตุลาคมแล้ว Project Life ถือว่าเป็นโปรเจคแรกเลยที่เตยทำได้ต่อเนื่องจนเกือบครบปีโดยที่แทบจะไม่เบื่อเลย เวลาได้ย้อนกลับมาดูแล้วรู้สึกสนุกและรู้สึกว่าชีวิตเรามีคุณค่า มีเรื่องราวเยอะแยะเลย ตั้งใจว่าปีหน้าจะทำต่อไปอีกและถ้าจัดเวลาได้อยากจะทำย้อนไปปีที่ผ่านๆ มาแล้วด้วย สำหรับปี 2014 ที่จะถึงนี้เตยได้วางแผนคร่าวๆ เอาไว้บ้างเพื่อลดเวลาในการทำ Project Life และจะได้ใช้เวลาไปกับเป้าหมายอื่นๆ ในปีหน้าบ้าง โดยใช้ประสบการณ์ในการทำ Project Life ปีนี้มาปรับใช้ให้ทำ Project Life ได้สะดวกมากขึ้นดังนี้

 

ใช้ซอง Page protector แบบเดียวกันทั้งเล่ม

โดยแบบซองที่เตยชอบมากที่สุดจากที่เคยซื้อ Big Variety Pack 1 มาใช้ คือ แบบ Design F ที่มีซองสำหรับการ์ดขนาด 4×6 จำนวน 1 ซองแล้วนอกนั้นอีก 10 ซองเป็นซองขนาด 3×4 หมดเลย จริงๆ แล้วมีอีกแบบที่อยากได้มากกว่าแบบ Design F คือ แบบที่มีแต่ 3×4 ทั้งหน้าเลยซึ่งขายอยู่ใน Page Protectors Small Variety Pack 5 แต่เตยยังหาซื้อไม่ได้แถมไม่มีขายแยกแค่อย่างเดียวด้วยเลยต้องใช้ Design F ไปก่อน รองลงมาที่ชอบเป็น Design E ที่มีซอง 4 ซองสำหรับรูป 6×6 นิ้วสำหรับใส่รูปใหญ่ๆ อย่างเวลาไปเที่ยวที่ไหนค่ะ

Photo Pocket Page Protector

เหตุผลที่จะจำกัดให้ซองอยู่แค่ 1-2 แบบก็เพื่อความสะดวกเวลาจะอัดรูปก็รู้แน่นอนว่ารูปส่วนใหญ่เป็นขนาด 3×4 นิ้วนะ Journal Card ก็จะได้ซื้อเฉพาะขนาดนี้ หรือตัดเก็บไว้เป็นขนาดนี้เท่านั้น ของสำหรับตกแต่งอื่นๆ ก็จะได้ซื้อให้พอดีกับอันนี้ไปเลย น่าจะประหยัดกว่าด้วย (รึเปล่านะ ฮ่าๆ) ที่สำคัญเนื่องจากเป็นขนาดเดียวกันเกือบทั้งหมดทำให้ไม่ต้องวางแผนอะไรมากด้วยอัดรูปมาก็ใส่ตรงไหน จัด Layout ยังไงก็ได้

 

เอา Week title ออก

Week title เป็นอะไรที่คิดไว้นานแล้วว่าจะเอาออกแน่นอน เพราะไม่เคยเข้าใจว่าจะมีไปทำไม และคิดว่าการใส่ week title ค่อนข้างเสียเวลาในการทำ Project LIfe ด้วย แต่ช่วงแรกๆ เห็นว่าคนอื่นทำกันก็เลยทำไปก่อนแต่ปีหน้าคงไม่ทำแล้ว

Project Life เดือนสิงหาคม

 

ทำเป็นเดือนแทนการทำเป็นอาทิตย์

เหตุผลง่ายๆ เลยคือ จำไม่ได้ว่าชีวิตฉันตอนนี้อยู่ในอาทิตย์ที่เท่าไหร่! ทุกครั้งที่ทำ Project Life ต้องมาเปิดปฏิทินดูว่า อ๋อ รูปนี้อาทิตย์ที่ 20 นะ แต่ในชีวิตจริงแล้วเวลาเราจำเหตุการณ์อะไรเรามักจำเป็นเดือนมากกว่า เช่น ปีนี้ฉันไปเที่ยวเขาใหญ่มาตอนเดือนกุมภาพันธ์นะ ไม่มีใครจำหรอกว่า ฉันไปเที่ยวเขาใหญ่ตอนอาทิตย์ที่ 6 มาแหล่ะ นอกจากนี้บางอาทิตย์เรากิจกรรมน้อยมากแต่บางอาทิตย์นี่กิจกรรมล้นจนไม่รู้จะล้นยังไงแล้ว ก็เลยทำเป็นเดือนๆ มีหน้าคั่นแบบเป็นเดือนๆ น่าจะดีกว่า

 

จดบันทึกให้มากขึ้นโดยจะเขียนไดอารี่ทุกวัน

Day one แอพช่วยทำ Project Life

การเขียนไดอารี่มีประโยชน์หลายอย่างมากช่วงเดือนสิงหาคมถึงพฤศจิกายนที่ผ่านมานี้เตยก็เขียนไดอารี่ทุกวัน บางวันไม่รู้จะเขียนอะไรก็เขียนว่าวันนี้เตยทำอะไรไปบ้างคล้ายๆ กับที่บันทึกใน idonethis ทำให้เวลาเอามาทำ Project Life ก็มีข้อมูลมาทำได้ง่ายขึ้น แต่พอช่วงที่วุ่นมากๆ ก็เลยลืมเขียนไม่ได้เขียนต่อ ปีหน้าก็เลยคิดว่าจะใช้แอพพลิเคชั่นอย่าง Day One ช่วยในการจดบันทึกเหตุการณ์ในแต่ละวัน

 

จัดเวลาสำหรับทำ Project Life ให้ชัดเจนไปเลย

การตั้งเวลาชัดเจนว่าเราจะทำอะไร วันไหน เวลาใด เป็นสิ่งที่ทำให้เราสามารถทำสิ่งนั้นให้สม่ำเสมอต่อเนื่องอยู่แล้วในทุกๆ เรื่อง ปีที่ผ่านมาทุกบ่ายวันอาทิตย์เตยจะนั่งทำ Project Life ช่วงไหนยุ่งๆ ก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงเวลาบ้างแต่อย่างน้อยต้องตั้งเวลาทำที่ชัดเจนเอาไว้เลย วิธีนี้เป็นวิธีที่ทำให้เตยสามารถทำ Project Life ได้ตลอดทั้งปี ในปีหน้าจะเปลี่ยนเวลาทำนิดหน่อย คือตั้งใจว่าทุกวันอาทิตย์ปลายเดือนจะทำ Project Life ของเดือนที่ผ่านมาแทนการทำทุกอาทิตย์แทน

 

ทบทวนและบันทึกเป้าหมายที่ตั้งไว้ในอัลบั้ม Project Life

จริงๆ แล้วยังไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าควรจะใส่ไว้ในอัลบั้ม Project Life หรือแยกเป็นอีกเล่มนึงเลยดี เพราะเท่าที่สังเกตจาก Project Life ของเดือนหลังๆ จะมีเรื่องงานที่ทำมาใส่มาขึ้นเหมือนเราใช้ชีวิตส่วนใหญ่เพื่อทำเป้าหมายนั้นให้สำเร็จ แต่ว่าในอีกมุมนึงเราก็ไม่ได้อยากให้คนที่มาดูอัลบั้ม Project Life ของเราบางคนมาเห็นว่าเรามีเป้าหมายอะไรเหมือนกัน ช่วงนี้ก็กำลังตัดสินใจอยู่

ตอนนี้วางแผนไว้แค่นี้ คิดว่าปีหน้าน่าจะสามารถปรับปรุงกระบวนการทำได้มากกว่านี้ หลักๆ คือ ต้องทำง่ายๆ สะดวกๆ จะได้เอาเวลาไปทำอย่างอื่นได้มากขึ้น